เมื่อ “เครื่องดื่ม” ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องรสชาติอีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่การแข่งขันด้าน ประสบการณ์ (Experience) ความสวยงาม (Aesthetic Appeal) และการเลือกปรับแต่งตามสไตล์ของลูกค้า (Customization) หนึ่งในเทรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดและกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก คือ Beverage Topping หรือท็อปปิงบนเครื่องดื่ม
ไม่ว่าจะเป็น Cold Foam โฟมเนื้อบางเบา นุ่มละเอียด ที่ตีขึ้นจากครีมหรือนมโดยไม่ใช้ความร้อน, Cloud Foam ที่มีเนื้อโฟมนุ่มฟูเหมือนปุยเมฆ สามารถจัดทรงได้สวยงาม หรือ Whipped Topping ที่ให้เนื้อครีมเข้มข้นกว่า ตั้งยอดและคงตัวได้ดี แต่ยังคงความนุ่มละมุน ท็อปปิงเหล่านี้กำลังเปลี่ยนเครื่องดื่มธรรมดาให้กลายเป็นเมนูที่ “ถ่ายรูปได้ แชร์ได้ และขายได้ในราคาที่สูงขึ้น”
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่ม Gen Z และโซเชียลมีเดีย ที่ให้ความสำคัญกับการคัสตอมเมนู เมนูลับ และเครื่องดื่มที่ดูสวยงาม จนทำให้โฟมและท็อปปิงไม่ใช่เพียงของตกแต่ง แต่กลายเป็น จุดขายสำคัญ ที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแต่ละเมนู
อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมการกินของชาวเอเชียที่ชื่นชอบการคิดค้น ดัดแปลงให้เกิดรสชาติใหม่ ๆ ก็ยิ่งช่วยผลักดันให้เมนูเครื่องดื่มมีความหลากหลายมากขึ้น หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ วิปชีส (Cheese Foam) ซึ่งทำจากครีมชีสผสมกับครีม นมสด น้ำตาล และเกลือเล็กน้อย เมื่อนำมาตีให้เข้ากันจะได้วิปชีสเนื้อเนียนฟู รสชาติเข้มข้น เค็มมันนัว เมื่อนำไปท็อปบนเครื่องดื่มอย่างชาผลไม้ จะช่วยตัดกับรสหวานได้อย่างลงตัวและมีมิติยิ่งขึ้น ส่งผลให้เมนูนี้ฮิตติดลมบนในหลายประเทศไป
กหนึ่งทิศทางที่น่าสนใจของเทรนด์นี้ คือการนำ ครีมและท็อปเปอร์ ไปต่อยอดในเมนูค็อกเทลมากขึ้น ค็อกเทลใส่ครีมช่วยเพิ่มความนุ่มละมุนและเลเยอร์ของรสชาติ ทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดื่มง่ายขึ้น ตอบโจทย์บาร์และร้านอาหารที่ต้องการเมนูซิกเนเจอร์ใหม่ ๆ ที่ทั้งสวยและมีคาแรกเตอร์ชัดเจน
ชมตัวอย่างการใช้บลูแบนด์ ครีมอเนกประสงค์ในเครื่องดื่มค็อกเทล ได้ที่นี่
https://www.youtube.com/playlist?list=PL0vUokiJnY80Ws38PgPiXI7qsBQEYx5yt
การท็อปปิงจึงไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มเลเยอร์ของรสชาติ ทำให้เครื่องดื่มอร่อยและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ร้านค้าที่สามารถจับกระแสนี้ได้ทัน จะมีโอกาสในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้บริการซ้ำ
ในมุมของการพัฒนาเมนู บลูแบนด์ ครีมอเนกประสงค์ สามารถเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญของเทรนด์นี้ได้อย่างลงตัว ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานของบาริสต้าและมิกโซโลจิสต์ เช่น
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ผสานกับราคาที่คุ้มค่า ทำให้บลูแบนด์ ครีมอเนกประสงค์ กลายเป็น เพื่อนคู่คิดสำคัญของมิกโซโลจิสต์ (Mixologist) และบาริสตา (Barista) ในการพัฒนาเมนูใหม่ ๆ
เทรนด์ Beverage Toppingไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องทาง Flora Professional และ MONIN ไซรัปแต่งกลิ่นและรสชาติคุณภาพพรีเมียมจากฝรั่งเศส ทำจากน้ำตาลอ้อย 100% ได้มองเห็นโอกาสนี้ จึงร่วมมือกันพัฒนาเมนูเครื่องดื่ม โดยให้มิกโซโลจิสต์รังสรรค์สูตรม็อกเทลรสชาติแปลกใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
หนึ่งในตัวอย่างคือ Toasted Cherry Mocktail เมนูครีมมี่ดริงก์ที่ผสานหลายเลเยอร์ของรสชาติ ตั้งแต่ความเข้มของกาแฟ ความเปรี้ยวหวานของน้ำแครนเบอร์รี กลิ่นหอมหวานของไซรัปเชอร์รีและโทสต์อัลมอนด์ ท็อปด้วยครีมนุ่มละมุน เชอร์รีสด และเปลือกอัลมอนด์ ช่วยสร้างประสบการณ์การดื่มที่แปลกใหม่ น่าจดจำ และสะท้อนภาพของเทรนด์เครื่องดื่มยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
ชมวิธีทำ โทสต์ เชอร์รี ม็อกเทล (Toasted Cherry Mocktail) ได้ที่นี่
https://youtube.com/shorts/zAqK-BtN6e8
นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นของทั้ง Flora Professional และ MONIN ยังเปิดโอกาสให้สามารถนำไปใช้กับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลหรือเมนูแอลกอฮอล์ฟิวชัน บลูแบนด์ ครีมอเนกประสงค์ สามารถทนกรดและแอลกอฮอล์ได้ดี ไม่แตกตัวหรือเสียเนื้อสัมผัสเมื่อผสมกับส่วนผสมที่มีแอลกอฮอล์ ขณะที่ไซรัปและฟรุ๊ตมิกซ์ของ MONIN ก็ช่วยเติมกลิ่นและรสชาติให้เครื่องดื่มมีมิติและเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น
การผสานสองแบรนด์นี้เข้าด้วยกัน จึงไม่เพียงตอบโจทย์เมนูม็อกเทลหรือเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับบาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารที่ต้องการต่อยอดไปสู่เมนูค็อกเทลสมัยใหม่ ที่ให้ทั้งรสชาติ ความสวยงาม และประสบการณ์การดื่มที่แตกต่างอย่างชัดเจน
ในยุคที่การแข่งขันของตลาดเครื่องดื่มเข้มข้น การสร้างความแตกต่างคือหัวใจสำคัญ Beverage Topping จึงไม่ใช่เพียงกระแส แต่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เมนูได้จริง เมื่อผสานเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้งานได้หลากหลายและตอบโจทย์ทั้งคาเฟ่และบาร์ ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายเมนู สร้างซิกเนเจอร์ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น