เมื่อบรรยากาศเทศกาลปลายปีเข้ามา ทุกคนต่างตั้งตารอช่วงเวลาแห่งความสุขตั้งแต่วันคริสต์มาสไปจนถึงวันปีใหม่ ร้านอาหารและคาเฟจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนเลือกไปใช้เวลาพิเศษร่วมกับคนสำคัญ ช่วง High Season ยังเป็นโอกาสทองที่ผู้ประกอบการไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะเป็นช่วงที่กำลังซื้อสูง และลูกค้ามีความต้องการประสบการณ์ที่พิเศษมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้ร้านพร้อมรองรับผู้คนในช่วงเทศกาล
หากอยากให้ร้านของคุณมีสีสันดึงดูดให้ลูกค้าทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าเข้ามาในร้านมากขึ้น แต่ยังไม่มีไอเดียในการตกแต่งร้านหรือทำอะไรให้ดูเข้ากับช่วงเทศกาลนี้ ลองดูเทคนิคสำคัญที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่น และส่งเสริมยอดขายให้ร้านในช่วงโอกาสนี้กัน
1. สร้างสีสันด้วยเมนูสำหรับเทศกาลโดยเฉพาะ
ในช่วงเทศกาล ลูกค้ามักมองหาเมนูที่ให้ความรู้สึกพิเศษและแตกต่างจากวันทั่วไป ผู้ประกอบการจึงสามารถสร้างสีสันด้วยเมนูเฉพาะช่วงเทศกาล ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงหรือคิดสูตรใหม่ทั้งหมด หากเป็นร้านขนาดเล็กอาจเริ่มจากการปรับแต่งเมนูเดิม เช่น เพิ่มรสชาติหรือวัตถุดิบที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลอย่างช็อกโกแลต เบอร์รีต่าง ๆ น้ำตาลไอซิง หรืออบเชย รวมถึงใช้โทนสีที่สื่อถึงความเป็นคริสต์มาส เช่น สีแดง สีเขียว หรือสีน้ำตาลโทนอุ่น
นอกจากนี้ “ชื่อเมนู” ยังมีผลกับการตัดสินใจอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนจาก “กาแฟลัตเตเย็น” ธรรมดา ๆ ให้เป็น “สโนว์วี่ คอฟฟี” แล้วเพิ่มกิมมิคด้วยการท็อปครีมอ่อน ๆ ด้านบน และวาดตาจมูกด้วยซอสช็อกโกแลตให้ดูคล้ายตุ๊กตาหิมะ หรือจะเพิ่มไอเดียจาก “มัตจะ ลัตเต” แก้วเดิมที่คนอาจไม่รู้สึกอินเหมือนช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ลองเพิ่มสีสันวันคริสต์มาสด้วยการใส่แยมเบอร์รีไว้ด้านล่างเพิ่มรสเปรี้ยวหวาน โปะครีมสีชมพูดด้านบน เมนูใหม่นี้ได้ทั้งความอร่อย รสชาติแปลกใหม่และยังสามารถเป็นเมนูสวยเก๋น่าถ่ายรูปอวดบนโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย เพียงปรับเมนูเดิมด้วยกิมมิคเล็กน้อยเหล่านี้ก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกสนุกได้กลิ่นอายของเทศกาลมากขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสในการสั่งซื้อได้ดีอีกด้วย
2.จัดเซตเมนูให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า และร้านค้าได้กำไรมากขึ้น
จากเดิมที่ร้านของคุณเคยขายอาหาร เครื่องดื่ม และของหวานแยกกัน ในช่วงเทศกาลนี้เป็นโอกาสดีที่คุณจะจับเซตขยายบิลเพิ่มยอดการสั่งซื้อได้ โดยในเซตอาจประกอบไปด้วยอาหารจานหลัก ของหวาน เครื่องดื่ม หรือมีเพียงของหวาน เครื่องดื่มก็ได้ โดยอาจลดราคาจากปกติลงเล็กน้อยเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น
เพราะกลยุทธ์นี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า จากเดิมที่ตั้งใจจะซื้อแค่อาหารจานหลัก แต่เพิ่มเงินอีกเพียงเล็กน้อยจะได้เครื่องดื่มอร่อย ๆ เข้ามาด้วย ยิ่งเซตที่ออกแบบมาพิเศษให้อยู่ในธีมเดียวกันโอกาสที่ลูกค้าจะตัดสินใจสั่งก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ที่สำคัญการจัดเซตจะทำให้ยอดขายในแต่ละบิลขยายใหญ่ขึ้น และนั่นหมายถึงเม็ดเงินที่เข้าร้านมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้การจัดเซตยังช่วยควบคุมต้นทุนได้ดี เพราะผู้ประกอบการสามารถกำหนดวัตถุดิบที่ต้องการใช้ในแต่ละเมนู พร้อมทั้งบริหารสต็อกให้อยู่ในปริมาณเหมาะสมช่วงคนเยอะอีกด้วย
ชมไอเดียการจัดเซตขนมหวานและเครื่องดื่มจาก Flora Professional และ Monin [YouTube link]
เมนู ทาร์ตแบล็กฟอเรส & โทสต์เชอร์รี่ ม็อกเทล
โดยเมื่อจัดเซตอาจขายเป็นเซตละ 249 บาท ก็จะช่วยให้เมนูนี้ดูน่าสนใจและส่งเสริมการขายได้มากขึ้น
3. ตกแต่งร้านให้ดูมีชีวิตชีวา
บรรยากาศภายในร้านเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าได้ทันทีตั้งแต่เห็นในโซเชียล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลซึ่งทุกคนต่างมองหาความอบอุ่นและสีสัน ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนมาก แต่สามารถใช้ของตกแต่งที่ใช้ซ้ำได้หลายปี เช่น ต้นคริสต์มาส ไฟประดับ เชิงเทียน หรือผ้าปูโต๊ะลายเฉพาะช่วงเทศกาล
ของตกแต่งเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยทำให้ร้านดูมีชีวิตชีวา ถ่ายรูปสวย และยังเป็นจุดเช็กอินที่สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ผ่านโซเชียลได้อีกด้วย
4. จัดเซตของขวัญเป็นทางเลือกเสริมให้ลูกค้า
ช่วงปลายปีเป็นเวลาที่หลายคนมองหาของขวัญเพื่อส่งมอบความสุขให้คนรอบข้าง ร้านอาหารและคาเฟจึงสามารถเพิ่มรายได้ด้วย “เซตของขวัญอาหารหรือขนม” เช่น คุกกี้โฮมเมด ขนมอบ หรือเบเกอรี สามารถเพิ่มความพิเศษด้วยแพ็กเกจจิง (Packaging) น่ารัก ๆ เฉพาะเทศกาล การ์ดอวยพร หรือตัวเลือกให้ลูกค้าสามารถเขียนข้อความส่วนตัว ทำให้ของขวัญมีคุณค่ามากขึ้น และกลายเป็นจุดขายที่แตกต่างจากร้านอื่น
การตกแต่งร้านให้สวยและดึงดูดลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่สิ่งที่ร้านอาหารมักเจอช่วงเทศกาลคือ วัตถุดิบไม่เพียงพอ หรือไม่ก็ตุนสต็อกจนเหลือมากเกินไปทำให้ต้นทุนบานปลาย และทำให้ได้คุณภาพอาหารไม่คงที่ ดังนั้นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยให้ร้านทำงานได้ไหลลื่นคือ การบริหารต้นทุนและสต็อกอย่างเป็นระบบ
ขอแนะนำ บลูแบนด์ มาร์การ์รีน สำหรับใช้แทนเนยสด ช่วยลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพ และ บลูแบนด์ ครีมอเนกประสงค์ ที่ใช้แทนครีมนมได้ ใช้งานได้หลากหลายทั้งเมนูคาว เมนูหวาน และเมนูเครื่องดื่ม
จุดเด่นคือ